ทางสายเอก


เก็บตกกระทู้จากลานธรรม (www.larndham.net)

อุบายภาวนาก่อนนอนที่ง่ายแต่ได้ผล โดย พี่ดังตฤณ

ช่วงเวลานอนเป็นจังหวะว่างที่ทุกคนมีแน่ๆอยู่แล้ว เกือบร้อยทั้งร้อยจะทิ้งเปล่าโดยไม่ได้อะไรทั้งทางโลกทางธรรม ผมทดลองอุบายภาวนาอย่างหนึ่งที่ง่ายแต่ได้ผลเกินคาด เป็นการใช้เวลาที่สูญเปล่านี้ทำประโยชน์ให้มากที่สุด อยากนำมาแลกเปลี่ยนกัน ถ้าทดลองแล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรช่วยเล่าด้วยก็ดีนะครับ ระดับของสมถะ สมถะคือสงบชั่วคราวจากกิเลสเพื่อให้จิตตั้งมั่นพร้อมเขยิบขึ้นสู่ภูมิวิปัสสนา โดยทั่วไปคือเอาใจไปจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนจิตนิ่งแนบอยู่กับสิ่งนั้น

สิ่งที่จิตเข้าไปจ่ออยู่เรียกว่าอารมณ์ ลักษณะที่จิตคิดถึงอารมณ์ หรือยกอารมณ์ขึ้นมานั้น เรียกว่าวิตก เมื่อจ่อไว้นานพอ อารมณ์ภาวนาจะตรึงจิตให้อยู่กับที่ ไม่สัดส่ายไปไหนลักษณะที่จิตปักหลักแนบอยู่กับอารมณ์นั้นเรียกว่าวิจาร

อารมณ์แต่ละชนิดให้ผลแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อจิตตั้งมั่นแล้วเช่นถ้าอารมณ์เป็นลมหายใจ จิตนิ่งถูกส่วนแล้วจะสงบรู้อยู่กับกายเหมือนถูกลมหายใจจูงเข้ามารู้ เข้ามาดูสำรวจกายทั่วพร้อมหากอารมณ์เป็นแสงสีหรือรูปทรงใดๆ จิตนิ่งถูกส่วนแล้วจะสงบรู้อยู่กับนิมิตเหมือนถูกนิมิตจูงไปหาความงามล้ำลึกภายนอกนี่จึงเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ตีวงกรรมฐานเข้ามาอยู่ในขอบเขตของกายใจเพราะเมื่อนิ่งรู้กายใจแล้ว ก็จะได้พิจารณากายใจนั้นโดยนัยของความเป็นขันธ์ 5 ต่อไป

เท่าที่ฟังมา หากกำหนดลมหายใจขณะนอนราบหลายคนจะอึดอัด ทั้งที่ขณะนั่งทำความรู้ลมเข้าออกก็สงบสบายดีอันนี้คงขึ้นอยู่กับสรีระ วิธีกำหนด และปัจจัยประกอบอื่นๆเลยคิดว่าน่าหาอารมณ์ให้จิตไปตั้งไว้ตรงจุดดีที่สุดคือจุดที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นที่ตั้งของจิตเอง

ให้นอนราบ หลับตาทำจิตอยู่กับความสบาย สำรวจดูทั่วกายให้เห็นว่าไม่มีส่วนใดกำเกร็งแล้วยกมือวางทาบอก ปลายนิ้วกลาง (ซึ่งเป็นนิ้วที่มีกำลังดีที่สุด) แตะอยู่กับกระดูกร่องอกเคาะนิ้วลงกับกระดูกร่องออกนั้นอย่าแรงจนเจ็บ อย่าเบาจนรู้สึกกระทบน้อยอย่าเร็วจนเป็นเร่ง อย่าช้าจนไม่รู้ตัวเคาะไปเรื่อยๆและจับความรู้สึกอยู่เฉพาะตรงกระทบ อย่าให้จิตสัดส่ายไปไหนเมื่อยมือก็เปลี่ยนเป็นอีกข้างหนึ่ง

หากเป็นผู้มีความสงบตั้งมั่นดีจากการภาวนาอยู่แล้วจะเหมือนจิตเข้าสู่สภาพรู้ ไร้หน้าตาของตนเองได้เร็วแต่หากยังภาวนาไม่แข็งนัก อาจต้องเคาะนานหน่อยแต่ไม่น่าจะเกินสองสามนาทีควรเห็นผลบ้าง

ถ้าเกิดความปักหลักนิ่งเข้ามาที่กลางอกถูกต้องสิ่งที่ตามมาจะเป็นความรู้สึกว่าง และสงบกว้างขวางขึ้นในภายใน ให้รู้เคาะด้วย ทรงความว่างในภายในนั้นไว้ด้วย หากรู้สึกว่าแรงเคาะอ่อนลงจนหายไป หรือนิ้วหยุดไปเองโดยไม่ตั้งใจแล้วจิตรวมนิ่งอยู่ตรงกลางๆ มีความตื่นรู้อยู่ ก็ไม่ต้องเคาะต่อแต่หากจิตรวมนิ่งแบบเคลิ้ม ก็ตัดสินใจเองว่าอยากหลับไปทั้งอย่างนั้น (อาจเพลียจากงาน)หรือว่าจะขยับเคาะต่อเพื่อเรียกความสงบนิ่งแบบตื่นรู้ระดับของวิปัสสนาถ้ายังไม่นิ่ง ยังไม่รู้สึกสงบตั้งมั่นก็ขอให้เคาะไปเรื่อยๆจนเมื่อนิ่งแล้ว โดยเฉพาะเกิดความรู้สึกว่างในภายในยิ่งดีให้จ่ออยู่กับความนิ่งว่างนั้นดูไปเรื่อยๆว่ามันนิ่งจริงไหม ว่างจริงไหมหรือว่ามีความรู้สึกหรือนึกคิด หรือภาพ/เสียงในหัวผุดขึ้นหรือเปล่าหากเห็นสิ่งใดแปลกปลอมเข้ามาในความนิ่งว่างก็ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันนอกจากรู้ให้ทันว่าเกิดขึ้น และเท่าทันว่าดับไปเห็นโดยความเป็นของอื่นจากฐานสตินั้นสังเกตว่ามีกระแสความผูกยึดเกิดขึ้นหรือไม่หากสังเกตออกว่ามี ก็ทำใจกลับมาหาความสงบใหม่แล้วรู้ให้ทันใหม่ ว่ามีบางสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในความนิ่งว่างเกิดขึ้นแล้วดับไปโดยเราไม่เป็นผู้บันดาล ไม่เป็นผู้กำหนด

เห็นอยู่แล้วๆเล่าๆจนกว่าจะรู้สึกเหมือนจิตเขาตั้งมั่นรู้เกิดดับของเขาเองสายใยความผูกยึดว่าสิ่งเกิดดับเป็นตัวของจิต หรือเนื่องด้วยอัตตาของจิตหายไปจะเหมือนมีความว่างอย่างหนึ่งเป็นผู้ดูธรรมชาติเกิดดับล้วนแล้วแต่เป็นของแปลกปลอม

อยากฟังดูว่าได้ผลเหมือนๆกันหรือเปล่านะครับ

http://www.dharma-gateway.com/ubasok/dangtrin/dangtrin-14.htm

<< Back

~*aom*~ (aom@cmu.edu)
08/13/2005